ไฟดับห้านาทีในหัวใจ

posted on 03 Feb 2007 23:23 by npnum
ไฟดับห้านาทีในหัวใจ คืนพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 หอไอเฟลแห่งปารีสจมอยู่ในความมืดนานห้านาที จุดไฟทุกดวงที่ประดับหอเหล็กสูงอายุ 118 ปี ริมแม่น้ำเซน ถูกดับลงเพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่พระแม่ธรรมชาติเป็นการหยุดทรมานโลกด้วยสาส์นแก่ชาวโลก ขอเวลาพักให้โลกสักห้านาทีนะ ไม่เพียงแต่หอไอเฟลที่เลือกความมืดเป็นสัญลักษณ์ในการแสดงออกเท่านั้น สถานที่โบราณอื่นๆ ในเมืองใหญ่ๆ ของยุโรปตะวันตก เช่น คอลอสเซียมแห่งโรม ก็จมอยู่ในความมืดเช่นกัน ปารีสสัปดาห์นี้เป็นสถานที่นัดพบของนักวิทยาศาสตร์กว่า 2,500 คนจากมากกว่าร้อยประเทศทั่วโลกมารวมตัวกันในการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ของคณะทำงานที่เรียกว่า Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) จัดขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ อันเป็นการประชุมของรัฐต่างๆ ในโลกเพื่อสรุปผลของสภาวะโลกร้อน นี่เป็นเรื่องเดิมๆ ที่คุยกันมานานหลายปีแล้ว และหลายคนไม่แยแสด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัว นักการเมืองระดับโลกหลายคนตั้งคำถามว่า นักวิทยาศาสตร์โลกคิดมากไปหรือเปล่า สภาวะโลกร้อนอาจเป็นเรื่องธรรมชาติ มิใช่การก้าวก่ายของมนุษย์ เช่นเดียวกับที่โลกเคยผ่านยุคน้ำแข็งมาแล้ว แต่ความเปลี่ยนแปลงทางภูมิประเทศและภูมิอากาศที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ร้อนในฤดูหนาว หนาวในฤดูร้อน ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล เหล่านี้ทำให้เราต้องลงมือทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะช้าเกินไป ผลรายงานยืนยันแบบ ชัวร์ป๊าบ 90 เปอร์เซ็นต์ ว่า สภาวะโลกร้อนเกิดจากฝีมือมนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย หลักฐานของชั้นดินชี้ชัดว่า หลังจากที่เราปล่อยก๊าซและสารเคมีหลายชนิดขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมานานหลายสิบปี เราทำให้สภาวะของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรงที่สุดในรอบหลายแสนปี ผลสรุปของรายงานนี้คือ หากทุกอย่างยังดำเนินไปดังเช่นที่เป็นอยู่ ก่อนสิ้นศตวรรษนี้ อุณหภูมิของโลกจะสูงขึ้น 1.8-4 องศาเซลเซียส นั่นหมายถึงว่าน้ำแข็งตามจุดต่างๆ ของโลกจะละลาย ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 18-59 เซ็นติเมตร ตัวเลขเหล่านี้อาจฟังดูน้อยนิด เมื่อเรามองจากมุมของปัจเจก เราอาจไม่รู้สึกถึงความแตกต่างของอุณหภูมิไม่กี่องศาในห้องนอนปรับอากาศ แต่ในสเกลของโลก อุณหภูมิที่แตกต่างเพียงองศาเดียวสามารถกำหนดชะตาชีวิตของพืชสัตว์ พืชสัตว์จำนวนมากอาจสูญพันธุ์ไป ผลกระทบนี้สร้างบาดแผลแก่โลกอีกนานนับพันๆ ปี และผู้ที่รับกรรมที่เราก่อไว้ไม่ว่าโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม นอกจากสัตว์โลกอื่นๆ แล้ว ก็คือลูกหลานของเรานั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งกล่าวว่า ในอนาคตพายุไซโคลนจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและรุนแรงขึ้น ใหญ่กว่าลูกที่ทำลายนิวออร์ลีนส์ราบเป็นหน้ากลองมาแล้ว ความโลภ โมหะครอบงำผู้คนให้ปิดตาข้างหนึ่ง หลายรัฐในโลกไม่แยแสต่อรายงานเหล่านี้ และใช้เหตุผลว่า เป็นเพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของประชาชน ผู้คนยังต้องใช้น้ำมัน ยังต้องใช้สารเคมี ยังต้อง... และอีกสารพัดเหตุผล ความผิดพลาดของมนุษย์หลายอย่างเกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ แต่โศกนาฏกรรมที่ใหญ่หลวงที่สุดคือการดันทุรังทำเรื่องผิดทั้งที่รู้ว่าผิด นี่คือหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นโลกอย่างที่มันเป็น และเป็นหน้าต่างแห่งโอกาสของการแก้ไข โลกอาจจมอยู่ในความมืดนานกว่านี้ หากเรายังมองไม่เห็นความจริง หรือละเลยความจริงเพียงเพราะเราเห็นแก่ตัวเองมากกว่าลูกหลานของเรา ทั้งนี้เพราะโลกนี้ไม่ใช่ของเราคนใดคนหนึ่ง หรือชาติใดชาติหนึ่ง และโลกของเราต้องการเวลาพักมากกว่าห้านาที คืนพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ไฟทุกจุดบนหอไอเฟลแห่งปารีสสว่างขึ้นอีกครั้ง แต่ไฟความรักความเมตตาของมนุษยโลกจะสว่างพอที่จะเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับระดับการรู้สำนึกบุญคุณของเราที่มีต่อโลกที่ให้กำเนิดเรามา วินทร์ เลียววาริณ www.winbookclub.com 3 กุมภาพันธ์ 2550

Comment

Comment:

Tweet

#2 By Thananut (203.172.36.91) on 2007-08-19 20:47

ความคิดเขาดีนะ แสดงออกให้ตระหนักดี แต่ัมันน่าจะดับในใจคนมากกว่าสถานที่เนอะ

#1 By ฟิวส์ on 2007-02-07 00:23